[Fic]Elope the fear '1'
posted on 21 Nov 2007 20:14 by naomi-wan*คำเตือน ฟิคเรื่องนี้มันอาจจะทุเรศมากถึงมากๆ(?)... ท่านใดที่เปิดมาหน้านี้แล้ว จงทนอ่านให้จบซร้า*
Title : Elope the fear '1' [หนีไปด้วยกัน..อย่าประมาท!]
Pairing : Fuji Yuuta x Tezuka Kunimitsu
Rating : Sweet-28 & เสื่อม-2
Author : Malangporyim & Hir0Ki28
"เทะสึกะซัง ไม่ทานอะไรหน่อยเหรอครับ?" เสียงของเด็กหนุ่มเรียกให้เทะสึกะที่นั่งเหม่อลอยอยู่นานถึงกับสะดุ้งและหันมามองคนตรงหน้าอย่างงงงวย ยูตะกำลังมองมาทางเขาอย่างสำรวจด้วยท่าทีแปลกใจ
ทั้งสองอยู่ในถ้ำเล็ก ๆ ห่างไกลจากตัวเมืองและความเจริญที่ทั้งสองคนต่างมั่นใจว่าออกมาไกลพอที่จะหนีจากฟูจิคนพี่พ้นแล้วจึงหยุดพักกัน ณ ที่แห่งนี้
ยูตะกำลังทานข้าวที่หามาได้อย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่ส่วนของอีกคนไม่มีทีท่าว่าจะพร่องไปเลย
"หรือว่าเทะสึกะซังกำลังไดเอ็ทอยู่ครับ?" ยูตะถามหน้าซื่อ
"ที่ทุกคนต้องมาลำบากแบบนี้ก็เพราะชั้น....ตอนนี้ชั้นไม่มีอารมณ์มานั่งกินข้าวได้หรอก...นายกินไปเถอะยูตะ" เทะสึกะเอ่ย โดยไม่มีท่าทีที่จะแตะต้องอาหารที่อยู่ต้องหน้าแม้แต่น้อย "และที่สำคัญ...ชั้นไม่ได้ไดเอ็ทอยู่นะ!" เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ยูตะมองคิ้วที่ขมวดกันแทบเป็นปมของเทะสึกะแล้วก็อดขำไม่ได้เพราะคน ๆ นี้จริงจังกว่าที่เขาคิดซะอีก "แต่ยังไงเทะสึกะซังต้องทานนะครับ เราจะได้มีแรงเดินทางกันต่อ"
ว่าแล้วก็หยิบจานกระเบื้องขอบบิ่นๆ ที่พวกเขาหามาใช้รองอาหาร อันที่อยู่ตรงหน้าเทะสึกะขึ้นมา แล้วตักข้าวจ่อที่ปากเจ้าของจาน
"เทะสึกะซังอ้าปากสิครับ" การกระทำของยูตะแลดูเหมือนการที่หนุ่มสาวป้อนข้าวกันก็ไม่เชิง แต่ที่ทำไปเพราะเขาต้องการให้เทะสึกะมีอะไรตกถึงท้องจริง ๆ ไม่เช่นนั้นการเดินทางต่อไปคงลำบากแน่
"ไม่ต้องมาป้อน ชั้นกินเองได้" เทะสึกะรีบคว้าช้อนขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอายแล้วจึงยอมกินข้าวแต่โดยดี
ยูตะยิ้มอย่างพอใจ เมื่อในที่สุดเทะสึกะก็ยอมทานอาหารจนได้ จากนั้นเขาจึงก้มหน้าก้มตาทานส่วนของตัวเองต่อไป
ทั้งสองทานอาหารด้วยกัน เทะสึกะไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม ทำให้บรรยากาศมีแต่ความเงียบจนในที่สุด ยูตะก็ทานหมด เขานั่งรอจนเทะสึกะทานเสร็จ พอกัปตันแห่งเซชุนเงยหน้าขึ้นมาตาก็ประสานกันพอดี
"เดี๋ยวผมเอาจานไปล้างที่แม่น้ำใกล้ๆนี่นะครับ" ยูตะพูดขึ้น แล้วเก็บจานสองใบบนโต๊ะ (ห๊ะ ในถ้ำมีโต๊ะ??) ไปล้างพร้อมกับช้อนและส้อม
"ไม่ต้อง ให้ชั้นจัดการเอง" เทะสึกะขัดแล้วลุกขึ้นพร้อมกัน
"ไม่เป็นไรครับ...ผมล้างได้"
"ยูตะ ชั้นเป็นพี่นายนะ จะให้เด็กมาคอยดูแลมันไม่ดีนักหรอก" เทะสึกะพูดอย่างจริงจังแล้วเดินอ้อมมาใกล้ๆยูตะ
เด็กหนุ่มเหมือนจะหยุดคิดชั่วครู่แล้วจึงยิ้มอย่างจริงใจและใสซื่อ "ครับ ถ้ามันทำให้เทะสึกะซังไม่สบายใจที่ต้องให้ผมดูแลล่ะก็...เราแบ่งกันล้างแล้วกันนะครับ"
แล้วทั้งสองก็เดินไปล้างจานด้วยกัน แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงอ่อน ๆ อากาศก็ไม่ร้อนนักทั้งยังรายล้อมด้วยทุ่งหญ้าและต้นไม้อุดมสมบูรณ์มากมาย ที่ริมแม่น้ำจึงมีบรรยากาศสดชื่นแบบธรรมชาติยามเช้าจริง ๆ
"แถวนี้บรรยายกาศดีจังเลยนะครับ น่าเสียดายที่เราจะต้องรีบออกไปจากที่นี่เร็วๆ" ยูตะหยุดล้างจานสักพักแล้วพูดกับเทะสึกะพลางชมบรรยากาศบริเวณนี้ไปด้วย
เทะสึกะไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมาและมองไปรอบๆบ้าง สีหน้ายังคงเคร่งขรึมและจริงจังเช่นเคย
ยูตะที่ยังไม่คุ้นชินกับลักษณะนิสัยที่พูดน้อยของเทะสึกะได้แต่เงียบตอบรับความเงียบสนิทของเพื่อนพี่ชายที่ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์อย่างยิ่งคนนี้ เขาก้มหน้าทำความสะอาดจานของตนต่อไป พอส่วนของเขาเสร็จ หันมองไปข้าง ๆ ก็พบว่าเทะสึกะก็เสร็จพอดี
ทั้งสองเดินกลับไปเงียบ ๆ และเก็บของในถ้ำด้วยกัน ยูตะหันมองเทะสึกะที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดของอย่างไม่ประมาทแล้วถามขึ้น
"เราจะไปทางไหนกันต่อล่ะครับ?"
"เราจะต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยความไม่ประมาท" พอเขาจัดของเสร็จเทะสึกะจึงกล่าวพลางสูดหายใจลึก ๆ แสดงความเข้มแข็งออกมาเต็มพิกัดประกอบคำตอบแสนกระจ่าง แล้วลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ประมาท
"เทะสึกะซังรอด้วยสิครับ ผมยังจัดของไม่เสร็จเลย"
"อ๊ะ โทษที..." เทะสึกะหันกลับมาทำหน้างงๆ แต่ก็รู้สึกผิดเหลือประมาณ
ยูตะรีบจัดสัมภาระแล้วตามเทะสึกะออกมาด้านหน้าถ้ำก่อนจะเดินไปด้วยกัน
"หนทางข้างหน้า...เราจะพบเจอกับอะไรกันนะ....." ยูตะพึมพำออกมาเสียงเบาๆ โดยที่ไม่ต้องการให้บุคคลที่เดินอยู่ข้างหน้าเขาต้องเป็นห่วง ทั้งสองกึ่งลากกึ่งแบกกระเป๋าสัมภาระใบไม่ใหญ่นักแต่ก็หนักพอดูเดินไปด้วยกัน แม้จะเป็นหนทางระยะยาวไกลและแสนกันดาร ทว่าทั้งสองก็ไม่มีใครปริปากบ่นอะไรเลย
พวกเขาเดินไปได้เป็นเวลานานจนถึงยามเย็นแล้ว ใช้เวลาทั้งวันไปกับการเดินเท้าล้วน ๆ ผ่านท้องนาที่ยิ่งห่างไกลความเจริญไปทุกที จนทั้งสองสังเกตเห็นว่ามีหมู่บ้านอยู่ข้างหน้าท่ามกลางภาพวิวทิวทัศน์ที่มีแต่สีเหลืองของรวงข้าวตัดริ้วหุบเขาสีเขียวและน้ำตาลแก่เอียนตา
"เทะสึกะซังครับ ผมว่าเราไปขอคนในหมู่บ้านนั้นพักสักคืนก่อนดีมั้ยครับ" ยูตะเอ่ยพร้อมกับชี้ไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ที่ ๆ ยูตะชี้ไปคือบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเรือนเพียงไม่กี่หลัง บ้านหลังนั้นสร้างด้วยไม้ และทาสีหลังคาเป็นสีเหลืองที่แทบจะกลืนไปสีเหลืองทองของท้องทุ่งได้เหมือนกับหลังอื่น ๆ ทว่าหลังนี้พิเศษกว่าบ้านหลังอื่นที่รายล้อม เพราะมีแถบสีดำคาดแบ่งหลังคาเอาไว้ด้วย มีกังหันสีข้าวหมุนเอื่อย ๆอยู่ด้านหลัง และมีเรือนเล็กที่มุงด้วยต้นหญ้าสีซีดใช้เก็บฟางอยู่ไม่ไกลจากกัน
"อืม...ก็ดี..." เทะสึกะตอบหลังจากคิดพิจารณาอยู่สักพัก "ดูเหมือนจะเป็นบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านสินะ...หากเราไปขอเขาดี ๆ เขาคงให้ที่พักพิงเราได้" เขาพูดพลางมองไปอย่างครุ่นคิด
"งั้นเทะสึกะซังรอผมอยู่ที่นี่นะครับ!"
ว่าแล้วยูตะก็วิ่งไปทันที กระเป๋าหนักในมือดูเหมือนจะเบาลงทันตาเมื่อได้นึกถึงที่พักผ่อนและการต้อนรับอัน(อาจจะ)แสนอบอุ่นข้างหน้า
"เดี๋ยวยูตะ!!!"
"ครับ?" เด็กหนุ่มหันมาอย่างงง ๆ
"อย่าประมาทล่ะ..."
"ครับผม!" ยูตะตอบรับเสียงดังและเข้มแข็งพร้อมรอยยิ้มก่อนจะวิ่งตรงไปยังหมู่บ้านกลางท้องทุ่งนาทันที
เขามองไปตามแผ่นหลังของยูตะที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องเป็นประกายอ่อนๆ เนื่องจากพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว มันทำให้ยูตะดูดีมากและแลดูพึ่งพาได้เป็นที่สุดจนเทะสึกะเผลอเผยอมยิ้มออกมาเล็กน้อย
เวลาผ่านไปไม่นานยูตะก็วิ่งกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มยินดี
"เทะสึกะซังครับ ผู้ใหญ่บ้านเขาอนุญาตแล้วล่ะครับ" ยูตะโบกมือเรียกเทะสึกะ กัปตันหนุ่มเดินตามเด็กชายไปอย่างรวดเร็ว ยูตะเดินนำเขาไปจนถึงบ้านหลังที่ยูตะเข้าไป
พอเทะสึกะเดินตามไป ประตูที่เปิดอ้ากว้างก็ทำให้เขาได้เห็นบุคคลหน้าตาคุ้นตาที่ไม่เคยนึกว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้
"ถ้าไม่ใช่ว่ายูคิมูระอนุญาตล่ะก็ ชั้นจะไล่พวกนายให้ไปไกลๆจากหมู่บ้านเลยล่ะ" หน้าถมึงทึงแก่เกินจริงเอ่ยอย่างเหยียดๆ
"ซานาดะ!!!!!"
บุคคลที่เทะสึกะเห็นก็คือ...ซานาดะกับยูคิมูระในชุดชาวนาออกมายืนต้อนรับ(?)เขาทั้งสอง ยูตะที่ยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่ซานาดะนั้นไม่ว่าจะดูยังไงก็รู้สึกว่าเขาไม่สบอารมณ์ต่อการออกมาต้อนรับแขกผู้ไม่แปลกหน้าคนนี้เอาเสียเลย
"ขอต้อนรับเข้าสู่หมู่บ้านชาวนาริคไคนะ เทะสึกะ" ยูคิมูระยิ้มหวานให้ "เข้ามาข้างในก่อนสิ...แล้วชั้นจะแนะนำหมู่บ้านให้" เขาเอ่ยพร้อมกับพาทั้งสองเข้ามาในบ้านผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านริคไค
---(ตัด)จบตอน-----
[Hiroki's talk]
ตอนนี้เสื่อมน้อยหวานมาก~ คาดว่าเป็นเพราะตอนพิมพ์กำลังกินชอคโกแลตอยู่(?) *ได้ยินเสียงคนตะโกนว่า"เสื่อมน้อยตรงไหนฟร้าาา"* เอาน่า อย่างน้อยก็เสื่อมน้อยกว่าบทนำละกัน *วิ่งหนีไป..อย่างไม่ประมาท*
[Malangporyim's Talk]
ฟิคบ้าอะไรวะ!!! จะหวานก็ไม่หวาน จะเสื่อมก็ไม่เสื่อม! ขออภัยที่ดองนาน ที่จริงตอนนี้ทำเสร็จได้สักพักแล้ว แต่คนแก้สำนวน (ตูเอง) เอาไปดองข้ามชาติ จนกว่าจะได้แก้ก็หลังจากนั้นสักสามสัปดาห์ *-* ยูตะน่าร๊ากกกกกกกกกกก V____V อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้อยากให้ยูตะเทะมากนักหรอก แต่ดูเหมือนจะเน้นไปที่ศึกชิงนางแทน (กร๊าก ฮ่าๆๆๆ) มีบางฉากที่โดนแหวนตัดไป...เช่นฉากเช็ดเม็ด............ข้าว อะไรทำนองนี้ ฮ่าๆๆๆ เชื่อว่าตอนนี้คงทำให้ใครหลาย ๆ คนเสียสติได้ โดยเฉพาะตอนท้ายๆ กร๊ากกกก >.< //กระโดดหลั่นล้าจากไปอย่างไม่ประมาทเช่นกัน
edit @ 21 Nov 2007 20:15:50 by Hir0Ki
edit @ 21 Nov 2007 20:19:28 by Hir0Ki
!!!!!ป๋าเทะแย่งยูตะของมิสึกิ
(เด๋วดั้ยโดนมิขวิดตาย)น้องตะแย่งผัวพี่ชาย(มันส์ลาคับคาวนี้
)อีตอนแรกก้อเนิกว่าป๋าเทะกะน้องฟุจจี้(ชูจางงงงงง
)ซร๊าอีกทามอาวงง
...แร้วจารออ่านต่อน้า

จริงๆด้วย เสื่อมน้อย ไม่ประมาทมาก กรั่กๆ(เติมเองฮ่ะ เพื่อความสะใจ)
เทะนี่รู้สึกว่าจะยึดติดกับคำนี้เหลือเกินนะคะ หึหึ สุภาษิตประจำบ้านเรอะ?
ขำมวากค่า ชาวนาริคไค 555 พยายามจะไม่นึกภาพยุกกี้ถือเคียวเกี่ยวข้าว เหอๆ
แล้วจะรออ่านต่อนะค้า
#1 By [Sora] -Mode : รักครอบครัว- on 2007-11-21 21:01